วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

5 เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ไวรัสตับอักเสบบี”

5 เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ไวรัสตับอักเสบบี”

แม้ว่าจะมีวัคซีนปกป้องโรคนี้ออกมาเป็นเวลายาวนานแล้ว แต่ยังบรรจบผู้ป่วยเป็นโรคนี้อยู่มากนับ สาเหตุเป้าหมายที่ทำให้ผู้ป่วยไม่เข้ามารับวัคซีน นอกจากทุนทรัพย์ไม่เพียงพอแล้ว ยังเป็นเรื่องของการไม่เห็นความสำคัญของวัคซีน ไม่ทราบถึงอันตรายของโรคนี้ จึงเนรมิตให้เราอาจเพิกเฉยกับโรคนี้โดยไม่รู้ตัว

แม้จะเป็นโรคที่คุ้นเคยกันดีในหมู่คนไทย แต่น่าแปลกใจว่ายังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับข้าวโรคนี้อยู่มาก ซึ่งทำมอบให้หลายคนขาดโอกาสรับการรักษาจนหายขาด หรืออาจเป็นหนักจนไม่สามารถรักษาได้ ทั้งที่จริงแล้วโรคนี้ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น

ไวรัสตับอักเสบบี นั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งเชื้อติดต่อยอดนิยมซึ่งแฝงตัวอยู่ในสังคมของเรา เพราะถ้าหากได้ติดแล้วหายขาดยาก อีกทั้งผู้ที่ติดโรคตับอักเสบบีนี้มักไม่แสดงอาการ หลายๆ คนจึงมองข้ามที่จะดูแลตัวเองและไม่ไปฉีดวัคซีนปกป้องไว้ ในขณะที่ ที่เราเป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันจากโรคร้ายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ?

โรคตับอักเสบบี เหรอในบางแห่งอาจพร้องเพรียกว่า โรคไวรัสตับอักเสบบี ยังมีชีวิตอยู่โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งเชื้อไวรัสที่ว่านี้จะเข้าไปทำลายตับ ตลอดจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับ โดยที่ส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อมักไม่ทราบว่ามีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย พบการติดเชื้อได้ในหลายประเทศ อีกทั้งยังมักเป็นการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกในขณะคลอดได้อีกด้วย

ไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อกันได้อย่างไร ?

เกิดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก โดยส่วนมากพบการติดเชื้อในขณะคลอดบ่อยที่สุด
เกิดการติดเชื่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งวิธีที่จะทำให้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะง่ายกว่าการติดเชื้อไวรัส HIV
เกิดการติดเชื้อทางเลือด ซึ่งอาจเป็นการใช้ของมีคมที่มีการเปื้อนเลือด มีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน งานฝังเข็ม งานสักตามร่างกาย หรือแม้แต่การเจาะหูที่ไม่สะอาด
นอกจากนั้น ยังไม่มีการค้นพบโอกาสที่จะติดเชื้อได้ทิ้งช่องทางอื่น อาทิ งานรับประทานอาหารร่วมกัน หรือการงานร่วมกันในลักษณะปกติที่เอื้อโอกาสให้มีการติดต่อของเชื้อได้

5 เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ไวรัสตับอักเสบบี”

1. ไวรัสตับอักเสบบี ไม่มียารักษา?

ไวรัสตับอักเสบบีในปัจจุบันมียาหลายชนิดตลอดยากิน ยาฉีด แพทย์จะเลือกคัดใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละราย แม้อาจจะต้องทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน หรืออาจจะทานยาไปตลอดชีวิต แต่จะสามารถควบคุมเชื้อไวรัสไม่ให้เพิ่มมากขึ้นได้ ทำให้อาการสงบ และไม่ลุกลามได้ ในอนาคตมียาที่กำลังวิจัยอยู่ สามารถฆ่าไวรัสที่ซ่อนในตับได้ ซึ่งทำให้มีโอกาสหายขาดได้

2. เป็นแค่พาหะไวรัสตับอักเสบบี ไม่ต้องรับการตรวจ หรือรักษาก็ได้?

ผู้ป่วยไวรสตับบีทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง หรือพาหะ ทุกคนต้องได้รับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ และ อาจต้องได้รับยาในบางคน โดยต้องกินยาสม่ำเสมอพางกัน ขึ้นอยู่กับงานพิจารณาของแพทย์

3. ยาควบคุมเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ทานบ้าง หยุดบ้างก็ได้ ไม่เป็นไร?

เนื่องจากยาในที่ปัจจุบันเป็นยาที่ทำให้ไวรัสไม่แบ่งตัว ทำให้ไวรัสสงบ แต่เมื่อหยุดยา ไวรัสอาจแบ่งตัวใหม่ และนฤมิตให้โรคกำเริบในที่สุด อาจยังมีความเสี่ยงในการเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับได้ข้างในอนาคต

4. เป็นไวรัสตับอักเสบบี ต้องทานยาส่วนเดียว?

อย่างที่บอกว่า ยาสำหรับควบคุมเชื้อไวรัส มีทั้งยากิน และยาฉีด แต่ก็ไม่ได้ความว่าจะต้องได้รับยาทุกคน เพราะไวรัสตับอักเสบมีทั้งที่เป็นแบบเรื้อรัง (ที่ต้องทานยาตลอด) และแบบเฉียบพลัน ซึ่งสามารถหายได้เองโดยไม่ร้องรับการรักษา 80-90%

5. วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ราคาแพง ต้องฉีดใหม่เรื่อยๆ?

โดยทั่วไปแล้ว ราคาของวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี จะมีอยู่ที่เข็มละ 200-300 บาท แตะต้องฉีดจำนวน 3 เข็ม เมื่อฉีดครบทั้ง 2 เข็ม พลัดนั้นเว้นระยะสักพัก หากตรวจเลือดพบว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว ก็จะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต ถึงกระนั้นจะมีส่วนน้อยที่ตรวจหาภูมิคุ้มกันไม่เจอ อาจจะต้องฉีดใหม่

ปัจจุบันไวรัสตับอักเสบบีไม่ใช่โรคที่น่ากลัว เรามียาที่ช่วยควบคุมทีท่าไปได้ตลอดสิงแล้ว และหากตรวจร่างกายไปเรื่อยๆ อาจพบค่าตับที่ปกติได้ อย่างไรก็ตามการเพิกเฉยต่อโรคนี้ ไม่เข้ารับการักษาอย่างจริงจัง เป็นเหตุให้พบผู้ป่วยเป็นโรคตับแข็ง และมะเร็งตับจากเชื้อที่แพร่กระจายของไวรัสตับอักเสบบีเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นอยากให้รักร่างกายของตัวเองให้มากขึ้นอีกนิด เพราะการมาหาหมอในระยะสุดท้าย มันจะเป็นเรื่องน่าเศร้าที่หมอจะไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว แม้ว่าจะมีวิธีรักษาง่ายๆ แค่ทานยาก็ตาม

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเพจ ตับลำไส้ ใกล้หมอ ค่ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://health.sanook.com/5453/

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : มะเร็งปากมดลูก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น